Welcome to Centerpoint Magazine log in | register
Originally posted Friday December 03, 2010
6 ความสุขในแบบฉบับ D.I.Y
เผลอแป๊บๆ ปีเสือก็จะกระโจนกลับเข้าป่า ปีกระต่ายก็จะกระโดดเข้ามาแทนที่อีกแล้ว และก็เป็นวาระที่ทุกคนจะส่งความสุขกันให้ว่อน ราวกับว่าวันคืนที่ผ่านมา ความสุขช่างหายากซะเหลือเกินยังไงยังงั้น ทั้งที่ในความจริงแล้ว ใครๆ ก็หาความสุขใส่ตัวได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงโอกาสพิเศษ หรือต้องรอให้เพื่อนฝูงว่างตรงกัน เราเรียกความสุขแบบนี้ว่า ความสุขในแบบฉบับ Do It Yourself ทำเอง ใช้เอง มีความสุขกับตัวเอง

1. หายใจให้ถึงท้อง
สิ่งหนึ่งที่คนเราทำเป็นประจำตลอดเวลาและตลอดชีวิตก็คือการหายใจ และสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ละเลยมาตลอดก็คือความตั้งใจที่จะหายใจ ยอมรับกันมั้ยว่าเราไม่ได้สนใจเลยว่าเรากำลังหายใจ และไม่ค่อยได้รู้ตัวเลยว่าเราหายใจเข้าออกแบบเฮือกสั้นๆ
ลองมาปรับโหมดการหายใจกันใหม่ทุกครั้งที่รู้ตัว ด้วยการหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ ประมาณว่าอัดลมเข้าไปจนท้องป่อง และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกจนท้องแฟบ ความตั้งใจที่จะหายใจจะทำให้เรามีสมาธิโดยอัตโนมัติ อารมณ์ที่เคยฟุ้งซ่านพลุ่งพล่านก็จะบรรเทาเบาบางลงโดยปริยาย

2. ผ่อนคลายด้วย Easy Listening
ถึงจะชอบกรี๊ดไปกับเพลงป๊อปๆ ถึงจะชอบโยกไปกับจังหวะร็อกๆ ถึงจะชอบแดนซ์ไปกับเพลงมันส์ๆ แต่ถ้าอยากผ่อนคลายสบายอารมณ์แบบโหมดเดียวเอาอยู่ ก็ต้องหลีกทางให้กับแนว Easy Listening
ถ้าชอบฟังเพลง แนะนำให้ฟังหมวดเพลงบรรเลงมากกว่า เพราะจะได้ปล่อยใจฟังไปเรื่อยๆ เพลินๆ แต่ถ้าใฝ่ธรรมะ แนะนำให้ฟังบทสวดมนต์สไตล์ทิเบต-เนปาล ที่ฟังแล้วได้อารมณ์มนตราหิมาลัยนักแล

3. เอกเขนกอ่านหนังสือเล่มโปรด
นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้หยิบหนังสือเล่มโปรดมาอ่าน วันว่างวันหน้า ลองหามุมเอกเขนกสบายๆ วาง Props เป็นหมอนอิงใบนุ่ม ของขบเคี้ยวติดมือ น้ำผลไม้ติดปาก แล้วคว้าหนังสือเล่มโปรดที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน หรืออ่านเท่าไหร่ก็ยังไม่จบสักที มาจัดการในวันนี้ซะเลย
ส่วนจะเคลิ้มไปกับพระเอกนิยายชวนฝัน จะหัวเราะไปกับการ์ตูนชวนตลก หรือจะเพลินไปกับการอัพเดตเรื่องน่ารู้ใหม่ๆ ใครๆ ก็ไม่เกี่ยวในโลกส่วนตัวของเรายามนี้

4. คลายตัวด้วยนวดอโรมา
ไม่ต้องรอให้วัยวุฒิทะลุหลักเลขสี่ หรือขึ้นดีกรีเป็นผู้เฒ่า หนุ่มสาวยุคนี้ต่างก็ยกนิ้วให้บริการนวดแบบไม่มีข้อสงสัยว่าช่างผ่อนคลายดีเหลือหลาย ไม่ว่าจะเป็นนวดแผนไทย นวดอโรมา นวดสวีดิช นวดศีรษะ นวดหน้า นวดแขน หรือนวดทั้งตัว
คงไม่ผิดกฎความสุขเล็กๆ ฉบับ D.I.Y. ถ้าจะแนะนำให้หาร้านที่มีบรรยากาศรื่นรมย์ แล้วไปนอนอุทิศร่างกายให้ช่างนวดฝีมือดีละเลงเพลงนวดแบบอโรมาสัก 2 ชั่วโมง ส่วนจะติดใจจนเผลอซื้อคอร์สต่อหรือเปล่า บวกลบงบประมาณเอาเองแล้วกัน

5. บ่มอารมณ์สปา
ไม่ต้องบินไปสัมผัสเมืองหลวงแห่งสปาที่สาธารณรัฐเช็ก หรือต้องบินไปดื่มด่ำเกาะแห่งสปาที่บาหลี เราก็สามารถสร้างอาณาจักรสปาส่วนตัวได้เองแบบง่ายๆ ทั้งในห้องนอน ห้องน้ำ ห้องทำงาน ในรถเก๋ง และแม้แต่ในรถไฟฟ้า เพื่อการสูดดมบ่มอารมณ์สปาได้ทุกที่ทุกเวลา
เพราะเดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์สปาให้เลือกมากมาย ทั้งในรูปของเทียนหอม ธูปหอม น้ำมันหอมระเหย เลยไปถึงครีมทามือทาผิว สารพัดกลิ่นสารพัดอารมณ์ ทั้งกลิ่นกุหลาบ กลิ่นส้ม กลิ่นจัสมิน กลิ่นลาเวนเดอร์ ฯลฯ ถูกใจกลิ่นไหน ช็อปได้ตามอารมณ์เลยจ้ะ

6. ใช้เวลากับครอบครัว
ความสุขจากการฟังเพลง อ่านหนังสือ นวดอโรมา หรืออบสปา อาจจะมาเป็นหย่อมๆ ตามเวลาที่เลือกใช้บริการ แต่ความสุขแบบ Unlimited ที่มาพร้อมโปรโมชั่นแบบ No Expire Date แถมยังเป็นเจ้าของได้เร็วกว่าซื้อไอโฟน 4 และง่ายกว่าซื้อคริสปี้ครีม ก็คือความสุขในครอบครัวของเราเอง
จะไปตระเวนไหว้พระครบ 9 วัดก็คงไม่อิ่มใจเท่าได้กราบ 2 พระที่บ้านคือคุณพ่อคุณแม่ จะทานเมนูรสเด็ดจากเชฟร้านไหนก็คงไม่อร่อยเท่าฝีมือคุณยาย จะรายล้อมด้วยเพื่อนฝูงก็คงไม่อบอุ่นเท่าเดินกระแทกไหล่พี่น้องของเราเอง เพราะที่นี่มีแต่คนที่รักเราอย่างจริงใจ

ความสุขเล็กๆ หาได้ง่ายนิดเดียว คุณว่าจริงมั้ย
Originally posted Friday December 03, 2010
โรแมนติกข้ามปีที่...สวนผึ้ง
อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในวันพักผ่อนที่อินเทรนด์และมาแรงที่สุดชั่วโมงนี้ เห็นทีต้องยกให้...สวนผึ้ง สวนสวรรค์แห่งรีสอร์ทหลากสไตล์ท่ามกลางขุนเขา สายน้ำ ทุ่งหญ้า ฝูงแกะ และสารพัดอีเวนท์กิ๊บเก๋สุดสัปดาห์ที่โดนใจนักท่องเที่ยวชนิดที่เรียกว่าไปเป็นคู่ก็เพลินกันทั้งหนุ่มสาว ไปทั้งบ้านก็เพลินกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่

สวนผึ้ง...Where are you?
สวนผึ้ง เป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดราชบุรี จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางหลักได้ทั้งถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอสวนผึ้งที่ทางหลวงหมายเลข 3208 จากนั้นก็ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่เรียงรายเป็นหย่อมๆ ตลอดสองข้างทางให้ฉงนกันไปเลยว่า ตกลงที่นี่ไทยแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ หรือเมดิเตอร์เรเนียนแลนด์?

สวนสวรรค์แห่งรีสอร์ท
ได้เวลาออกเดินทางทีไร ส่วนใหญ่เรามักจะนึกถึง “ที่เที่ยวก่อนที่พัก” แต่สำหรับสวนผึ้ง กลับมาแปลกตรงที่ชวนให้เราคิดถึง “ที่พักก่อนที่เที่ยว” เพราะคนไอเดียบรรเจิดต่างทยอยกันมาเปิดรีสอร์ทสุดโรแมนติกจนหลายคนรักพี่เสียดายน้อง อยากเข้าไปตีตั๋วนอนซะทุกแห่ง ตั้งแต่ต้นตำรับเด็กเลี้ยงแกะอย่าง The Scenery Resort & Farm, บ้านน้อยสุดติสท์อย่าง บ้านอ้อมกอดขุนเขา, บ้านพักหรูสไตล์อิตาเลียนอย่าง La Toscana, แคมป์สุดฮิปอย่าง The Camp Boutique Resort, เต็นท์กลางลมหนาวและดาวเดือนอย่าง พนาลีรีสอร์ทโฮมแอนด์แคมป์ปิ้ง, น้องใหม่สไตล์ยุโรปชนบท Swiss Valley และอื่นๆ อีกมากมาย

อาหารถูกปาก กาแฟถูกใจ
หาที่พักได้แล้ว ก็ตระเวนเที่ยวตระเวนชิมได้ตลอดสองข้างทาง เริ่มตั้งแต่ต้นทางกับอาหารป่ารสเด็ดที่ร้านเดือนล้อมสเต๊กเฮ้าส์ ส่วนเส้นทางที่แยกจากภูผาผึ้งไปสู่น้ำตกเก้าโจน ก็มีทั้งร้านสเต๊กสุดอร่อยอย่างร้าน Honey Scene Steak & Bar และร้านกาแฟน่ารักๆ อย่าง ร้านต้นขนมหวาน สะพานกาแฟ หรือเส้นทางหลักในสวนผึ้งสู่น้ำตกผาแดง ไปสุดเขตประเทศไทยฝั่งตะวันตกที่เขากระโจม ก็มีร้านอาหารรสแซ่บปากอย่างร้านครัวม่อนไข่ และร้านกาแฟสไตล์แกลเลอรี่อย่างร้าน Amante Coffee & Camp และอื่นๆ อีกมากมายเช่นกัน

ไม่ซื้อเทียนหอม ไม่ถึงสวนผึ้ง
หนึ่งในของที่ระลึกที่ไม่ซื้อไม่ได้ถ้าไปถึงสวนผึ้งก็คือ เทียนหอมสารพัดลวดลายหลากหลายสีสันที่บ้านหอมเทียน ซึ่งนอกจากจะมีเทียนหอมให้เลือกช็อปมากมายแล้ว ก็ยังมีมุมเวิร์กช็อปให้ผู้สนใจได้ลงมือทำเทียนหอมแบบชิ้นเดียวในโลกด้วยตัวเองอีกต่างหาก

ที่พักที่กิน “มาดามมัวร์” จัดให้ แต่คนที่จะไปโรแมนติกข้ามปีด้วย รบกวนจัดกันเองนะจ๊ะ ^_^